แนะนำ jquery barcode plugin สำหรับสร้างบาร์โค๊ด


จากบทความ Barcode คืออะไร?
วันนี้ผมจะมาแนะนำ jQuery Barcode Plugin เอาไว้สร้าง Barcode เพื่อใช้งานกันครับ ซึ่งสามารถรองรับชนิดของ Barcode ได้หลายแบบ เช่น ean8, ean13, code11, code39, code128, codabar 

การใช้งานก็ไม่ยากครับเพียงแค่เรา include ไฟล์ jquery-barcode.js ก็สามารถเรียกใช้งาน jQuery Barcode Plugin เพื่อสร้างบาร์โค๊ดได้แล้ว

ดาวน์โหลด

  1. <script type="text/javascript" src="jquery-1.3.2.min.js"></script>    
  2. <script type="text/javascript" src="jquery-barcode.js"></script>  

การเรียกใช้งาน

  1. <div id="bcTarget"></div>   

  1. $("#bcTarget").barcode("1234567890128""ean13");

Prototype of the barcode function

  1. barcode: function(datas, type, settings)  

datas

string

Value barcode (dependent on the type of barcode)
If barcode type include it, the presence of the checksum is not mandatory, it ise automatically recalculated
object
type : ean8, ean13, code11, code39, code128, codabar
memberType
codestring
type : std25, int25, code93
memberType
codestring
crcboolean
type : msi
memberType
codestring
crcboolean
objectcrc1 : string("mod10", "mod11")
crc2 : string("mod10", "mod11")
type : datamatrix
memberType
codestring
rectboolean (default : false)

type (string)

  • codabar
  • code11 (code 11)
  • code39 (code 39)
  • code93 (code 93)
  • code128 (code 128)
  • ean8 (ean 8)
  • ean13 (ean 13)
  • std25 (standard 2 of 5 - industrial 2 of 5)
  • int25 (interleaved 2 of 5)
  • msi
  • datamatrix (ASCII + extended)

settings (object)

visual configuration of the barcode
ParameterTypeDefault valueDetailLimitation
barWidthint1width of a bar1D
barHeightint50container height1D
moduleSizeint5largeur / hauteur d'un module2D
showHRIbooltruedisplay text (HRI : Human readable Interpretation)
bgColortext#FFFFFFbackground color
colortext#000000barcode color
fontSizeint10font size of the HRI
outputtextcssoutput type : css, svg, bmp, canvas
renderer : canvas
ParameterTypeDefault valueDetail
posXint0X origine
posYint0Y origine


อ้างอิง : http://www.gu-soft.com/site/article/barcode-jquery-plugin.html

Barcode คืออะไร?



บาร์โค้ด (Barcode) หรือ “รหัสแท่ง” ประกอบด้วยเส้นมืด (สีดำ) และเส้นสว่าง(สีขาว) วางเรียงกันเป็นแนวดิ่ง เป็นรหัสแทนตัวเลข และตัวอักษร ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถอ่านรหัสข้อมูลได้ง่ายขึ้น โดยใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ด (Barcode Scanner) ซึ่งจะทำงานได้รวดเร็ว และช่วยลดความผิดพลาดในการคีย์ข้อมูลได้มาก บาร์โค้ดเริ่มกำเนิดขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1950 โดยประเทศสหรัฐอเมริกาได้จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจทางด้านพาณิชย์ขึ้นสำหรับค้นคว้ารหัสมาตรฐาน และสัญลักษณ์ที่สามารถช่วยกิจการด้านอุตสาหกรรม และสามารถจัดพิมพ์ระบบบาร์โค้ดระบบ UPC-Uniform ขึ้นได้ในปี ค.ศ. 1973 ต่อมาในปี ค.ศ. 1975 กลุ่มประเทศยุโรปจัดตั้งคณะกรรมการด้านวิชาการเพื่อสร้างระบบบาร์โค้ดเรียกว่า EAN-European Article Numbering สมาคม EAN เติบโตครอบคลุมยุโรปและประเทศอื่นๆ(ยกเว้นอเมริกาเหนือ) และระบบบาร์โค้ด EAN เริ่มเข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี ค.ศ. 1987

โดยหลักการทำงานนั้นบาร์โค้ดจะถูกอ่านด้วยเครื่องสแกนเนอร์ เพื่อบันทึกข้อมูลเข้าไปเก็บในคอมพิวเตอร์โดยตรงไม่ต้องกดปุ่มที่แป้นพิมพ์ ทำให้มีความสะดวก รวดเร็วในการทำงานรวมถึงอ่านข้อมูลได้อย่างถูกต้องแม่นยำ เชื่อถือได้ และจะเห็นได้ชัดเจนว่าปัจจุบันระบบบาร์โค้ดเข้าไปมีบทบาทในทุกส่วนของอุตสาหกรรมการค้าขาย และการบริการ ที่ต้องใช้การบริหารจัดการข้อมูลจากฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์  และปัจจุบันมีกระประยุกต์การใช้งานบาร์โค้ดเข้ากับการใช้งานของ Mobile Computer ซึ่งสามารถพกพาได้สะดวก เพื่อทำการจัดเก็บแสดงผล ตรวจสอบ และประมวลในด้านอื่นๆ ได้ด้วย

วิวัฒนาการ บาร์โค้ด

เดิมนั้น บาร์โค้ด จะถูกนำมาใช้ในร้านขายของชำ, ปกหนังสือ, ร้านอุปกรณ์ประกอบรถยนต์และร้านอุปโภคบริโภคทั่วไป ในแถบยุโรป รถบรรทุกทุกคันที่จะต้องวิ่งระหว่างประเทศฝรั่งเศสและประเทศเยอรมนี จะต้องใช้แถบรหัสบาร์โค้ดที่หน้าต่างทุกคันเพื่อใช้ในการแสดงใบขับขี่ ใบอนุญาต และน้ำหนักรถบรรทุกเพื่อให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถตรวจได้ง่ายและรวดเร็ว ในขณะที่รถลดความเร็วเครื่องตรวจจะอ่านข้อมูลจากบาร์โค้ด และแสดงข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทันที

ปัจจุบันวิวัฒนาการของบาร์โค้ด พัฒนาไปมาก ทั้งรูปแบบและความสามารถในการเก็บข้อมูล  โดยบาร์โค้ดที่ใช้ในยุคสมัยนี้มีทั้งแบบ1 มิติ 2 มิติ และ  3 มิติ แต่ที่เราใช้กันทั่วไปในสินค้านั้นเป็นแบบมิติเดียว บันทึกข้อมูลได้จำกัดตามขนาดและความยาว โดยบาร์โค้ด 2 มิติ จะสามารถบันทึกข้อมูลได้มากกว่าแบบอื่นๆ มาก และขนาดเล็กกว่า รวมทั้งสามารถพลิกแพลงการใช้งานได้มากกว่าขนาดที่ว่าสามารถซ่อนไฟล์ใหญ่ ๆ ทั้งไฟล์ลงบนรูปภาพได้เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม บาร์โค้ด 2 มิติ ก็ยังไม่เสถียรพอ ทำให้การนำมาใช้งานหลากหลายเกินไปจนอาจเกิดปัญหาการใช้งานร่วมกันและต้องใช้เครื่องมือเฉพาะของมาตรฐานนั้น ๆ ในการอ่านซึ่งในปัจจุบันมีความพยายามที่จะกำหนดมาตรฐานของบาร์โค้ด 2 มิติ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิคส์ และ อุตสาหกรรมยา/เครื่องมือแพทย์ ที่มีความต้องการใช้งานบาร์โค้ดที่เล็กแต่บรรจุข้อมูลได้มากจนได้บาร์โค้ดลูกผสมระหว่าง 1 มิติกับ 2 มิติขึ้นมา ในชื่อเดิมคือ RSS Reduce Space Symbol หรือชื่อใหม่คือ GS1 DataBar

ส่วนบาร์โค้ด 3 มิติคือความพยายามที่จะแก้ข้อจำกัดของบาร์โค้ด ที่มีปัญหาในสภาวะแวดล้อมที่โหด ๆ เช่นร้อนจัด หนาวจัด หรือมีความเปรอะเปื้อนสูง เช่น มีการพ่นสี พ่นฝุ่นตลอดเวลา ซึ่งส่วนใหญ่จะพบการใช้ บาร์โค้ด 3 มิติ ในอุตสาหกรรมหนัก ๆ เช่น เครื่องจักร เครื่องยนต์ โดยจะยิงเลเซอร์ลงบนโลหะ เพื่อให้เป็นบาร์โค้ดหรือจัดทำให้พื้นผิวส่วนหนึ่งนูนขึ้นมาเป็นรูปบาร์โค้ด (Emboss) นั่นเอง

ประเภทของ บาร์โค้ด  
  • โค้ดภายใน (Internal Code) เป็นบาร์โค้ดที่ทำขึ้นใช้เองในองค์กรต่างๆ ไม่สามารถนำออกไปใช้ภายนอกได้
  • โค้ดมาตรฐานสากล (Standard Code)เป็นบาร์โค้ดที่เป็นที่รู้จัก และนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกมีประมาณ 11 ระบบ ได้แก่
  1. ระบบ EAN(European Article Numbering) เริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ. 2519 มีประเทศต่าง ๆ ใช้มากกว่า 90 ประเทศทั่วโลกในภาคพื้นยุโรป เอเชีย และแปซิฟิก, ออสเตรเลีย, ลาติน อเมริกา รวมทั้งประเทศไทย ทั้งนี้ EAN มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยี่ยม
  2. ระบบ UPC(Universal Product Code) เริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ. 2515 ซึ่งกำหนดมาตรฐานโดย Uniform Code Council.Inc ใช้แพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกาและ แคนาดา
  3. CODE 39เริ่มใช้ในปี 2517ในธุรกิจอุตสาหกรรมเป็นบาร์โค้ดระบบแรกที่ใช้รวมกับตัวอักษรได้ เก็บข้อมูลได้มาก
  4. INTERLEAVE 1 of 5 หรือเรียกว่า ITF เป็นบาร์โค้ดตัวใหญ่ใช้กับหีบบรรจุสินค้าหรือเรียก Cass Code
  5. CODABAR ถูกพัฒนาขึ้นมาใช้กับธุรกิจเวชภัณฑ์ในปี 2515
  6. CODE 128ได้ถูกพัฒนาขึ้นและยอมรับว่าได้ใช้เป็นทางการในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2524นิยมใช้ในวงการดีไซเนอร์และแฟชั่นปัจจุบันกำลังเริ่มนิยมใช้ในสหรัฐอเมริกา
  7. CODE 93เริ่มพัฒนาขึ้นในปี 2525ปัจจุบันเริ่มนิยมใช้ในวงการอุตสาหกรรม
  8. CODE 49เริ่มพัฒนาขึ้นในปี พ.ศ.2530โดยพัฒนาจาก CODE 39ให้บรรจุข้อมูลได้มากขึ้น ในพื้นที่เท่าเดิม
  9. CODE 16k เหมาะสำหรับใช้กับอุตสาหกรรมผลิตสินค้าที่เล็กมากมีพื้นที่ในการใส่บาร์โค้ดน้อย เช่น อุปกรณ์อะไหล่ เครื่องไฟฟ้า
  10. ISSN/ ISBN [International StandardBook Number] ใช้กับหนังสือ และนิตยสาร
  11. EAN/ UCC 128 หรือShipping Container Code เป็นระบบใหม่ โดยการร่วมมือระหว่าง EAN ของยุโรป และ UCC ของสหรัอเมริกาโดยเอาระบบ EAN มาใช้ร่วมกับCODE 128 เพื่อบอกรายละเอียดของสินค้ามากขึ้น  เช่น วันเดือนปีที่ผลิต ครั้งที่ผลิต วันที่สั่งซื้อ มีกี่สี กี่ขนาด เป็นต้น

แนะนำ jQuery Hotkeys




เมื่อเดือนก่อนผมได้รับงานมาทำเป็นโปรเจคเกี่ยวกับการยืม - คืนเอกสาร การพัฒนาก็ใช้ PHP+Mysql กับ jQuery ระบบก็ใหญ่พอประมาณครับ ใช้เทคนิค Ajax ของ jQuery มาพัฒนาระบบทีนี้ ตัวระบบเองจะให้ผู้ใช้มานั่งคลิกแต่ปุ่ม (Button) ที่เราทำให้มันก็ยังไงๆ ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ เช่นบางทีพิมพ์ข้อความอะไรลงไปในฟอร์มเสร็จแล้วต้องเลื่อนมือไปจับเมาส์ เพื่อคลิกปุ่ม Submit อีกทีเลยหาวิธีทำยังไงให้กดปุ่ม Enter ที่คีย์บอร์ดแล้วให้ฟอร์มมัน Submit เลย หรือจะค้นหาอะไรในระบบ กดแป้น F2 ที่คีย์บอร์ดแล้วให้ Panel ค้นหามันทำงาน เลยหาอ่าน Javascript Keycode อยู่พักนึงก็โอเคครับ มันทำได้แต่ว่าเวลาเขียนโค๊ดมันยาวไปหน่อย นั่งค้นไปค้นหา เลยเจอเจ้า jQuery Plugin ตัวนี้เข้าครับ jQuery Hotkeys สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผมได้เลย เพราะมันครบทุกปุ่มบนคีย์บอร์ดเลยครับ แจ่มมากๆ บอกเลย ส่วนวิธีใช้ก็ไม่ยากครับ include ไฟล์ js เข้าไปก็สามารถเรียกใช้งานได้เลย


ดาวน์โหลด

เทคนิคการรับค่าพารามิเตอร์ URL ปัจจุบันโดยใช้ JavaScript และ jQuery


เทคนิคเล็กๆน้อยๆ ในการรับค่าพารามิเตอร์ URL ปัจจุบันโดยใช้ Javascript หรือ jQuery นั้นสามารถทำได้ดังนี้ครับ
เช่น URL > http://www.example.com:8080/index.php#tab1?id=123
Javascript
Property                                            Result
--------------------------------------------------------------------------
window.location.host                          www.example.com:8080
window.location.hostname                  www.example.com
window.location.port                          8080
window.location.protocol                    http
window.location.pathname                  index.php
window.location.href                           http://www.example.com:8080/index.php#tab1
window.location.hash                          #tab1
window.location.search                       ?id=123

jQuery
Property                                            Result
--------------------------------------------------------------------------
$(location).attr('host');                         www.example.com:8080
$(location).attr('hostname');                 www.example.com
$(location).attr('port');                         8080
$(location).attr('protocol');                   http
$(location).attr('pathname');                 index.php
$(location).attr('href');                          http://www.example.com:8080/index.php#tab1
$(location).attr('hash');                         #tab1
$(location).attr('search');                      ?id=123

จะเห็นว่าไม่ยากเลยใช่ไหมครับ เพียงเท่านี้เราก็จะได้ค่าพารามิเตอร์ URL ปัจจุบันเพื่อไปใช้งานอื่นๆต่อไปได้แล้ว

12 Free Fonts Websites สำหรับนักออกแบบ


การออกแบบเว็บไซต์ สื่อสิ่งพิมพ์หรือโฆษณาในยุคปัจจุบัน นอกจากองค์ประกอบด้านรูปภาพ การใช้สี รวมถึงการจัดวางแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือลักษณะรูปแบบตัวอักษร (Fonts) ที่จะแสดงหรือปรากฏต่อผู้เข้าชม หรือผู้เยี่ยมชม ดังนั้นการจะหา Fonts มาใช้งานนั้นต้องดูดีๆครับ เพราะปัจจุบันบาง Fonts ไม่ฟรี ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาด้านลิขสิทธิ์ได้ในภายหลัง วันนี้ผมอยากแนะนำ เว็บไซต์ Fonts ที่ฟรีที่สามารถให้เราไปดาวน์โหลดมาใช้ได้เลยโดยไม่ต้องกังวลเรื่องลิขสิทธิ์


1. Fonts.Com

Fonts
Fonts

2. DaFont

DaFont
DaFont

3. FontSpace

FontSpace
FontSpace

4. FontShack

FontShack
FontShack

5. Hype For Type

Hype For Type
Hype For Type

6. TypeTogether

TypeTogether
TypeTogether

7. Fontstruct

Fontstruct
Fontstruct

8. Urban Fonts

Urban Fonts
Urban Fonts

9. FontRiver

FontRiver
FontRiver

10. 1001 Free Fonts

1001 Free Fonts
1001 Free Fonts

11. FontFace

FontFace
FontFace

12. 1001Fonts

1001Fonts
1001Fonts
อ้างอิง : http://www.gu-soft.com/site/article/12-free-fonts-websites.html

SEO คืออะไร?


SEO (เอสอีโอ) มาจากคำเต็มว่า Search Engine Optimization คือ การทำให้เหมาะที่สุดสำหรับโปรแกรมค้นหา หรือขยายความง่ายๆว่าเป็น กระบวนการ ปรับแต่งเว็บไซต์ ตั้งแต่ การออกแบบ การเลือกใช้เครื่องมือในการทำงาน การเขียนโปรแกรมสนับสนุน จนถึงการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ หรือที่เราเรียกกันว่า “โฆษณา” ให้มีความสอดคล้อเหมาะสมกับระบบการทำงานของ Search Engine (เครื่องมือในการค้นหา) เพื่อให้สามารถทำอันดับต้นๆ ของSearch Engine (เครื่องมือค้นหาเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Google, MSN, Yahoo, AOL เป็นต้น)

สรุปสั้นๆ SEO ก็คือกับการทำการประชาสัมพันธ์โดย มุ่งความสำคัญไปที่ การทำความเข้าใจว่า ระบบ อัลกอริทึม ของเสิร์ชเอนจิ้น ว่าทำงานอย่างไรแล้วปรับปรุงเว็บไซต์ให้ทำงานสอดคล้องกับ อังกอริทึ่มนั้น
โดยอาศัยการวิเคราะห์ คำสำคัญ (Keyword) ในการค้นหา ที่มีผู้เยี่ยมชมมีความต้องการที่จะค้นหา เพื่อช่วยเลือกเว็บเพจที่ตอบสนองความต้องการ และตรงกับความสนใจของผู้ทำการค้นหามากที่สุดนั่นเองครับ

เทคนิค

เอสอีโอเป็นการปรับปรุงเว็บไซต์ด้วยเทคนิคต่าง ๆ เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับต้น ๆ ในเรื่องของผลลัพธ์การค้นหาด้วยคำสำคัญ (คีย์เวิร์ด) โดยเน้นให้ผลของคำที่ค้นหา ปรากฏอยู่ในส่วนของ "ผลการค้นหาธรรมชาติ" (natural search result หรือ organic search result) ซึ่งโดยทั่วไปจะแสดงในส่วนของผลลัพธ์ทางด้านซ้ายมือของเว็บเสิร์ชเอนจิน เวลาที่คนเข้ามาค้นหาในเว็บเสิร์ชเอนจิน เช่นที่กูเกิล ยาฮู หรือ บิง ด้วยคำสำคัญที่ต้องการค้นหาแล้ว จะปรากฏลิงก์ของเว็บไซต์เพื่อทำให้ติดอันดับต้น ๆ ในหน้าผลการค้นหา

การทำเอสอีโอนั้นจะประกอบไปด้วยสองส่วนหลัก ๆ คือ ปัจจัยภายใน (SEO onpage) และ ปัจจัยภายนอก (SEO offpage) ในส่วนของการปรับแต่งภายในนั้น ก็คือทุก ๆ อย่างที่เราสามารถควบคุมจัดการเองได้ภายในเว็บไซต์ของเรา เช่น การปรับแต่งหัวเรื่องของเว็บเพจ การปรับปรุง-เพิ่มคำสำคัญ (คีย์เวิร์ด) ในหน้าเว็บไซต์ การจัดการโครงสร้างภายในของเว็บไซต์ และการใช้ meta tag เป็นต้น (แต่ในปัจจุบันเว็บเสิร์ชเอนจินเริ่มให้ความสำคัญ meta tag น้อยลงแล้ว (แต่ก็ยังมีความสำคัญอยู่) โดยเฉพาะ meta keyword) ในทางตรงกันข้าม ปัจจัยภายนอกคือการจัดการภายนอกเว็บไซต์ ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไปแล้วก็คือ การหาเว็บไซต์ที่สามารถเชื่อมโยงหรือลิงก์เข้ามาสู่เว็บไซต์ที่เราต้องการจัดทำเอสอีโอ

การสร้างเว็บเพจโดยการใช้เทคนิคเอสอีโอนั้น ไม่ได้หมายถึงการสร้างเนื้อหาที่เป็นที่ชื่นชอบต่อเสิร์ชเอนจินเพียงอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงผู้เยี่ยมชม ซึ่งวิธีการทำเอสอีโอนั้น อาจจะมีการเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงโค้ดของเว็บไซต์, การนำเสนอ, โครงสร้างของเว็บไซต์ และสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งของการทำเอสอีโอ ก็คือเนื้อหาที่มีประโยชน์ และจะต้องเป็นเนื้อหาต้นฉบับที่ไม่ได้ทำการคัดลอกหรือลอกเลียนมาจากเว็บไซต์อื่นใด

เราสามารถใช้โปรแกรมตรวจสอบอันดับในกูเกิ้ล (Google) ได้หลายโปรแกรม 1 ในโปรแกรมที่ใช้งานได้ง่ายคือ โปรแกรม Free Monitor for Google สามารถหา Keyword ได้หลาย Keyword พร้อมๆกัน

ประโยชน์ของการทำ SEO

  • เพื่อให้เว็บไซต์ของเราได้รับการจัดลำดับ ในอันดับที่ดีขึ้น
  • เพื่อเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้มีมากขึ้น
  • เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาเว็บไซต์
  • เพื่อทำให้เว็บไซต์เราสามารถขายสินค้าและบริการได้มากขึ้น
  • เพื่อเป็นการพัฒนาเว็บไซต์ ให้เกิดการใช้งานโดยผู้ใช้ ไม่ใช่แค่เรากับเพื่อนเรา
  • ทำให้เกิดการคลิก และเข้าเว็บเรามากขึ้น อย่างต่อเนื่อง